คอนเต้ ฟาดแข้งกับ กวาร์ดิโอล่า

ถ้าหากพูดถึงเทรนเนอร์ที่ช่ำชองระบบกองหลัง 3 คน ในช่วง 5 ปีหลังสุด แน่นอนว่าผู้คนจำนวนมากคงจะนึกถึง อันโตนิโอ คอนเต้ แม้กระนั้นถ้าหากย้ำเรื่องการเข้าทำงดงามแล้วก็มีประสิทธิภาพ ชื่อของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า มักได้รับการชมเชยเป็นเบอร์ 1
วันเสาร์นี้ คอนเต้แล้วก็กวาร์ดิโอล่ามีโปรแกรมพบกันFun88ซึ่งนอกจากผลของการแข่งขันที่ต้องลุ้นแล้ว การวางแท็กติกยังคู่ควรแก่การศึกษาเล่าเรียนทุกนาที
คอนเต้เสกระบบ 3-4-3 ได้เพอรต์ในช่วงที่ชนะแบบไม่เสียประตู 6 ครั้งต่อๆกัน แม้กระนั้นแมตช์ล่าสุดที่เชือด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-1 เปรียบได้กับพิมพ์เขียวให้กลุ่มอื่นได้ศึกษาเล่าเรียนวิธีต่อกรแท็กติกนี้
เมาริสิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ อ่านเกมมาดีแล้ว สั่งให้แนวรุกสเปอร์สไล่เพรสซิ่งสามเซนเตอร์ฮาล์ฟเชลซีตลอดระยะเวลาที่ได้บอล โดยมีวัตถุประสงค์คือบีบให้เชลซีตั้งบอลจากแนวรับลำบาก
ผลลัพธ์ตามมาคือ เวลาที่เชลซีจะเซตเกมบุกแต่ละทีต้องวางบอลยาวจากกองหลัง ขาดความเที่ยงตรง เห็นได้ชัดจากสถิติของ ดาวิด ลุยซ์ ที่ต้องเตะบอลยาวทิ้งไปข้างหน้าถึง 5 ครั้ง แล้วก็ผ่านบอลเสร็จเพียงแค่ 68 เปอร์เซ็นต์ น้อยสุดในฤดูนี้
มากไปกว่านั้น มิดฟิลด์ของสเปอร์สยังเพรสซิ่งเอาจริงเอาจังไม่แพ้กัน ใช้วิธี 3 รุม 2 กระทั่งทำให้ เนมานย่า มาติเตียนช แล้วก็ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีเวลาครอบครองบอลน้อย เชื่อมเกมลำบาก เรียกได้เต็มปากว่าแท็กติกตอนแรก เชลซี แพ้ สเปอร์ส ทุกกระบวนท่า
แต่ การเพรสซิ่งของสเปอร์สใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน เห็นได้ชัดว่าช่วง 5 นาทีในที่สุดของครึ่งแรกเริ่มเบาๆ ซึ่งคงจะมีผลมาจากเกมยุโรปกึ่งกลางสัปดาห์ ก่อนจะเสียทีให้ เปโดร โรดริเกซ ที่ต้องดูว่าลูกยิงแบบปั่นโค้งๆถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของแท้
ช่วงหลัง คอนเต้แก้เกมกลับมาดีเยี่ยม พิสูจน์ให้เห็นถึงกึ๋นของที่ปรึกษาระดับท็อป โดยสั่งให้เปโดร แล้วก็ เอแด็น อาซาร์ เข้ามาช่วยไล่บอลรอบๆกึ่งกลางสนาม เปรียบได้กับการเติมมิดฟิลด์จาก 2 เป็น 4 คน แม้กระนั้นกรณีของเปโดร แล้วก็อาซาร์ จะยืนสูงขึ้นยิ่งกว่า กระทั่งเหมือนเล่นเป็นระบบ 3-4-2-1 มากกว่า 3-4-3
การแก้เกมครั้งนี้นับว่าเสี่ยง เพราะต้องปล่อยให้วิงแบ็กเผชิญแนวรุกสเปอร์สแบบ 1-1 แม้กระนั้นในเมื่อสเปอร์สไม่มี แดนนี่ โรส ที่เพิ่มเติมเกมบุกมันระเบิด รวมทั้งนักฟุตบอลริมเส้นธรรมชาติอย่าง เอริค ลาเมล่า ซึ่งก็ถือได้ว่า เปโดรแล้วก็อาซาร์ไม่จำเป็นที่จะต้องไปช่วยเกมรับด้านข้างเสมอ ย้ำแดนกึ่งกลางบ้างก็ได้
ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ เชลซีครอบครองบอลง่ายขึ้น รวมทั้งประตูขึ้นนำ 2-1 ยังมาจากจังหวะที่เปโดรตัดบอลได้รอบๆกึ่งกลางสนาม โดยมี อาซาร์, ก็องเต้ แล้วก็มาติเตียนช ที่ยืนใกล้กันซะเหมือนเป็นข้าวต้มผูก เอาชนะมิดฟิลด์สเปอร์สแบบแตกกระเจิง
ภาพรวมที่ออกมานับว่าดีเยี่ยม แม้กระนั้นเหมือนที่ผมบอกไปคือกลุ่มอื่นสามารถศึกษาเล่าเรียนจุดอ่อน 3-4-3 ได้จากเกมนี้ โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกวาร์ดิโอล่าเป็นเทรนเนอร์
ผมเชื่อว่า กวาร์ดิโอล่าต้องดูเทปเกม เชลซี เจอ สเปอร์ส เป็นประจำ แล้วก็คงจะใช้อุบายไม่มีความต่างจากสเปอร์ส ก็แค่เอามาประยุกต์ใหม่บางส่วนให้เต็มประสิทธิภาพ
สิ่งแรกคือสภาพความฟิตนักฟุตบอลแมนฯ ซิตี้ ไม่มีความต่างกับเชลซี ได้พัก 1 สัปดาห์เต็มแบบเดียวกัน คงจะบีบเพรสซิ่งได้สม่ำเสมอกว่า
อย่างต่อมาคือ แมนฯ ซิตี้ มีขุมกำลังครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งมิดฟิลด์แล้วก็ริมเส้น ซึ่งก็ถือได้ว่า คอนเต้อาจไม่สามารถที่จะสั่งให้อาซาร์กับเปโดรทอดทิ้งภาระหน้าที่ช่วยวิงแบ็กเหมือนในเกมเจอสเปอร์ส เพราะจะปล่อยให้ วิคเตอร์ โมเสส กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ไปเผชิญ 1-1 กับ ราฮีม สเตอร์ลิง, โนลีโต้ หรือ เฆซุส นาบาส อาจไม่ดีนัก (แม้กระนั้นกรณีของสเตอร์ลิงต้องคอยเช็กความฟิตอีกที)

มากไปกว่านั้น วัดกันถึงประสิทธิภาพมิดฟิลด์ แม้ว่ามาว่ากล่าวกับก็องเต้จะได้ลูกดุดัน สมดุล แม้กระนั้นเมื่อวัดเรื่องประสิทธิภาพการคอนโทรลบอลนับได้ว่าเป็นรองแมนฯ ซิตี้ ที่สร้างกลุ่มมาเพื่อย้ำหัวข้อนี้ แถมยังยืดหยุ่นเจริญ ผังการยืนพื้นฐานมาเป็น 4-3-3 แม้กระนั้นเมื่อเล่นไปมักเปลี่ยนเป็น 4-2-3-1 ในหลายๆครั้ง
ปัจจัยต่างๆทำให้เชลซีใช้ทริกยอมสละบางตำแหน่งเพื่อย้ำส่วนอื่นได้ไม่เต็มกำลังเหมือนเกมเจอสเปอร์ส กระทั่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่ว่า คอนเต้จะปรับแท็กติกยังไงเพื่อไม่ให้เสียรูปทรงเกมเมื่อโดนเพรสซิ่งหนัก
โจทย์นี้นับว่าคิดตามลำบาก ถ้าหากไม่มีเกมที่เจอสเปอร์ส ผมเชื่อว่าคอนเต้เหนือชั้นกว่าบางส่วน คอยตั้งปัญหา แล้วคอยให้กวาร์ดิโอล่ามาเป็นฝ่ายตอบว่าจะโจมตี 3-4-3 ยังไง? แม้ว่ากวาร์ดิโอล่าจะเคยใช้หรือเคยเจอระบบกองหลัง 3 คนมาบ้าง แม้กระนั้นมันเป็นในแบบอย่างสเปน โคตรต่างจากอิตาลี
แต่ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป 3-4-3 เริ่มเผยให้มีความคิดเห็นว่าทุกแท็กติกมีจุดอ่อนร่วมกันทั้งหมด มันเลยเปลี่ยนเป็นว่า คอนเต้จะต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามบ้าง…กลุ่มควรเล่นดังเดิมต่อไปเพื่อมองสถานการณ์แล้วค่อยหาทางประยุกต์? หรือจะหาอะไรใหม่ๆให้คู่ปรับเซอร์ไพรส์?
เป็นเรื่องที่คอนเต้ต้องทำการบ้าน แม้กระนั้นกระแสวิภาควิจารณ์เมืองนอกเชื่อว่าในพื้นฐาน คอนเต้อาจไม่สั่งให้โมเสสแล้วก็อลอนโซ่เพิ่มเติมเกมบุกมากเกินไป ต้องระมัดระวังข้างหลังบ้านบ้าง
ข้อความสำคัญของโมเสสน่าดึงดูดมากสุด เป็นนักฟุตบอลที่ฟอร์มดีเกินคาด แล้วก็เรียกได้เต็มปากว่ากลุ่มต้องมีให้ได้เมื่อเล่นในระบบ 3-4-3 แม้กระนั้นเกมนี้จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเมื่อเจอกลุ่มที่มีปีกดีๆคอยกดจังหวะการเติมเกมบุกเอาไว้ ฟอร์มจะออกมาดีเหมือน 7 นัดก่อนหน้านี้ไหม?
เควิน คิลเบน อดีตกาลวิงแบ็กของเอฟเวอร์ตัน เคยวิเคราะห์เพราะโมเสสเล่นเจริญ เมื่อ เปโดร โรดริเกซ ลงตัวจริง เพราะปีกชาวสแปนิชมักหุบเข้ามาอยู่ตรงกลางมากกว่าวิลมัน ที่ชอบยืนด้านข้างโดยธรรมชาติ ซึ่งการที่เปโดรหุบเข้ามาข้างใน ทำให้ฟูลแบ็กคู่ปรับต้องตามประกบกระทั่งเปิดโซนฝั่งขวาให้โมเสสได้เพิ่มเติมเกมสะดวก
ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้…หากในที่สุดโมเสสมิได้เพิ่มเติมเกมบุกเหมือนที่นักวิพากษ์วิจารณ์คาดหมาย ประสิทธิภาพเกมรุกเชลซีจะดร็อปแค่ไหน? หรือถ้าหากว่าคอนเต้ยังอยากให้บุกเต็มกำลังดังเดิมต่อไป ตำแหน่งเกมรับฝั่งขวาจะเปลี่ยนเป็นจุดอ่อนไหม?
ผมเคยเขียนคอลัมน์วิเคราะห์ไปว่าปัจจัยที่โมเสสบุกแบบไม่ต้องกลัวเกมรับตลอด 90 นาที เพราะได้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า คอยเคลื่อนตำแหน่งจากเซนเตอร์ฮาล์ฟมาคุมโซนแทนให้ แม้กระนั้นในเวลานั้นกลุ่มได้โอกาสที่ 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟจะโดนคู่ปรับรุมเพรสซิ่ง รุมประกบ ด้วยเหตุนี้การเคลื่อนที่เพื่อตอบแทนตำแหน่งอาจทำเป็นไม่ถนัดชัดเจน
น่าดึงดูดมากว่า คอนเต้จะหาทางออกหัวข้อนี้ยังไง? ผมเชื่อว่าเมื่อแข่งขันจริง เชลซีอาจไม่ถึงขั้นมาย้ำเกมรับ แม้กระนั้นอาจรัดกุมสไตล์อิตาเลียน เพราะจะให้ครอบครองบอลบุกเหมือนก่อนหน้าที่ผ่านมาอาจลำบาก เจอกลุ่มของกวาร์ดิโอล่าอย่างไรก็หาโอกาสสร้างเปอร์เซ็นต์ครอบครองบอลมากกว่าได้ยาก
อย่างไรก็แล้วแต่ บอลแบบคอนเต้เนี่ยล่ะสมควรที่จะต่อสู้กับกวาร์ดิโอล่าที่สุดแล้ว ตัดสินกันที่ปรัชญาแล้วก็แท็กติกล้วนๆรวมทั้งมีตำแหน่งหัวหน้าฝูงเป็นพนัน